Loading...

#ด่วนที่สุด!!!…ศาลสั่งแล้ว”สรยุทธ”วางประกัน5ล้าน โชคเข้าข้างมีคนสำคัญเซ็นต์รับรอง ถึงออกมาได้

Loading...



วันที่ 12 กันยายน มีรายงานว่า ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น รับรองคำฎีกาของนายสรยุทธ และได้ส่งไปให้ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง รับฎีกาไว้พิจารณาและศาลทุจริตได้ส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณา โดยนายสรยุทธ ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา





อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เวลาประมาณ 16.00 น. ที่ศาลได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกา ที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อายุ 51 ปีและกก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 3 และน.ส.มณฑา ธีระเดช อายุ 45 ปี พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา

















โดยคำสั่งขอปล่อยชั่วคราวนั้น ศาลฎีกา พิจารณาแล้ว เห็นว่า ในชั้นนี้เห็นควรให้อนุญาตปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และให้จำเลยทั้งสอง ต้องมารายงานตัวต่อศาลทุก 3 เดือน ทั้งนี้ การให้ประกันตัวดังกล่าวจำเลยทั้งสองได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากคนละ 5 ล้านบาท





จากคดีนี้ อัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 30 ม.ค.58 บรรยายพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ.48- 28 เม.ย.49 ต่อเนื่องกัน นางพิชชาภา พนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท จำเลยที่ 1 ได้จัดทำคิวโฆษณารวม ในรายการ “คุย คุ้ยข่าว” ซึ่งก่อนออกอากาศนางพิชชาภา ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จาก บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 1 จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท เสียหาย 138,790,000 บาท และยังได้เรียกรับเอาเงิน 658,996 บาทจากจำเลยที่ 2-4 เพื่อเป็นการตอบแทนที่นางพิชชาภา ไม่รายงานการโฆษณา ซึ่งเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยหน้าที่และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ บมจ.อสมท โดยมีจำเลยที่ 2-4 เป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือ ให้ความสะดวกในการกระทำผิด และมอบเช็ค ธ.ธนชาติ สาขาพระราม 4 สั่งจ่ายเงินให้นางพิชชาภา เหตุเกิดที่แขวง-เขตห้วยขวาง กทม.

จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธต่อสู้คดี โดยชั้นตรวจหลักฐาน นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 แถลงแนวทางต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจอนุมัติการโฆษณาและไม่เคยใช้น้ำยาลบคำผิดลบข้อความเกี่ยวกับการจัดคิวเวลาโฆษณา ส่วนเช็ค 6 ฉบับที่ได้รับนั้นเป็นค่าประสานงานคิวโฆษณาที่นอกเหนือจากหน้าที่ ไม่ใช่ค่าตอบแทนในการไม่ระบุการโฆษณาเกินเวลา

ส่วน บมจ. ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 ได้ต่อสู้ว่าไม่เคยมอบให้ผู้ใดไปติดต่อเพื่อจัดคิวโฆษณาเกินเวลาและไม่เคยให้จำเลยที่ 1 ใช้น้ำยาลบคำผิดในเอกสารเกี่ยวกับการโฆษณา เช่นเดียวกับนายสรยุทธ จำเลยที่ 3 ที่แถลงว่าไม่เคยรู้จักกับนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 มีหน้าที่อะไรและไม่เคยติดต่อให้ผู้ใดไม่รายงานโฆษณาที่เกินเวลา แต่ยอมรับว่าเช็ค 6 ฉบับได้ลงลายมือชื่อนายสรยุทธ จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเช็คที่ชำระค่าประสานงาน ไม่ใช่เงินที่ตอบแทนให้นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ใช้น้ำยาลบคำผิดในเอกสารการโฆษณา

ทั้งนี้ระหว่างพิจารณาคดี นางพิชชาภา อดีต พนักงาน บมจ.อสมท ,นายสรยุทธ และน.ส.มณฑา พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 1,3,4 ได้ประกันตัวโดยยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด ซึ่งศาลตีวงเงินคนละ 200,000 บาท

ขณะที่ศาลได้ไต่สวนพยานทั้ง 2 ฝ่ายจนเสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.58 – และได้นัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 29 ก.พ.59 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่า นางพิชชาภา อดีต พนักงาน บมจ.อสมท จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของรัฐ มาตรา 6 ,8,11 ส่วน บจก.ไร่ส้ม , นายสรยุทธ , น.ส.มณฑา พนักงาน บ.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2- 4 มีความผิดฐานสนับสนุนตาม ซึ่งการกระทำของจำเลยทั้งสี่ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของรัฐ ม. 6 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษสุด

โดยพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1-4 รายละ 6 กระทง ให้จำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ 6 กระทงๆละ 5 ปี รวมจำคุก 30 ปี และปรับ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 กระทงละ 20,000 บาทรวม 6 กระทง ปรับทั้งสิ้น 120,000 บาท ส่วนนายสรยุทธ จำเลยที่ 3 และน.ส.มณฑา จำเลยที่ 4 จำคุก 6 กระทงๆละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกคนละ 20 ปี

แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาศาลจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 จึงให้จำคุก นางพิชชาภา อดีตพนักงาน บมจ.อสมท จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี ส่วนนายสรยุทธ์ และน.ส.มณฑา พนักงาน บ.ไร่ส้ม จำเลยที่ 3-4 จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน ขณะที่การกระทำของจำเลยทั้งสามนี้ ศาลเห็นว่าไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ จึงไม่รอลงอาญา ส่วน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 ให้ปรับรวม 80,000 บาท





ผิดถูกก็ว่ากันไปตามกฏหมาย บ้านมีกฏบ้านเมืองมีกฏเมือง ในเมื่อบ้านเมืองมีกฏหมาย เราประชาชนก็ต้องเคารพในกฏหมายของบ้านเมือง ในวันนี้ (29 ส.ค. 60) เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด





นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์, น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด เป็นจำเลย 1- 4 ในความผิดยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมท กว่า 138 ล้านบาท โดยคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.พ. 59 จำคุกนายสรยุทธ 13 ปี 4 เดือน





และผลปรากฏว่า ศาลพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 13 ปี 4 เดือน นายสรยุทธ และพนักงานบริษัทไร่ส้ม ซึ่งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจำคุกพนักงาน อสมท. 20 ปี โดยจะยื่นขอฏีกาต่อ และจะเพิ่มหลักทรัพย์ในการขอประกันตัวเพิ่ม





ซึ่งล่าสุด ศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของนายสรยุทธ และจำเลยร่วมทั้งหมด ซึ่งยื่นหลักทรัพย์คนละ 4 ล้านบาทแล้ว เห็นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้สั่งประกันต่อไป หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพก่อน ระหว่างรอฟังคำสั่งการประกันตัวจากศาลฎีกา คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์





ทางด้าน นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีการควบคุมตัวนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดังและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร่ส้ม ในระหว่างรอการพิจารณาประกันตัวของศาลฎีกา ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้รับหมายขังจากศาล ก็จะนำตัวนายสรยุทธมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังจากนั้นเรือนจำก็ปฏิบัติตามขั้นตอนการควบคุมตัว ก่อนเข้าเรือนจำ คือทำประวัติ ตรวจร่างกาย ถ่ายรูป เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย เหมือนกับผู้ต้องขังปกติที่ถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำระหว่างการอการพิจารณาประกันของศาล โดยทางเรือนจำะส่งตัวไปยังแดนแรกรับ อธิบายกฎระเบียบการใช้ชีวิตในเรือนจำเบื้องต้น สำหรับขั้นตอนการเยี่ยมญาติ ก็กระทำได้ปกติ มาติดต่อขอเยี่ยมในเวลา 08.00-15.00 น วันจันทร์ ศุกร์ ส่วนวันเสาร์ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเยี่ยมเพียง 12.00 น. เท่านั้น


















No comments:

Post a Comment