Loading...

ยิ่งกว่าซวย!! "หนุ่มโคราช" ไปฝากเงิน ตู้อัตโนมัติแบงก์ดัง เผลอแปปเดียว เงินหาย 5 พัน ก่อนรู้สาเหตุเกิดจากอะไร เตือนอย่าประมาทเด็ดขาด!!

Loading...



ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 5 ก.ย. 60 นายสันติชัย ส่วนบุญ อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 93 หมู่ 7 ต.ธารละหลอด อ.พิมาย จ.นครรราชสีมา ได้เข้าพบผู้สื่อข่าวพร้อมกับเล่าเหตุการณ์ให้ฟังหลังจากที่เขานำเงินสดไปฝากเข้าบัญชีที่ตู้ฝากเงินอัตโนมัติปรากฏว่าเงินไม่เข้าบัญชี สงสัยคนที่มาทำรายการต่อจากเขาหยิบเงินออกไป





จากการสอบถามนายสันติชัย เผยว่า ตนทำงานอยู่ที่ร้านถ่ายรูปแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลพิมาย เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ที่ 31 ส.ค. 60 ที่ผ่านมาเพื่อนของตนได้เข้ามาหาที่ร้านและนำเงินจำนวน 5,000 บาท มาฝากให้ตนซื้อของให้ ตนเกรงว่าจะทำเงินของเพื่อนหายจึงจะนำเงินจำนวน 5,000 บาท ไปฝากธนาคาร จนเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันพฤหัสบดี ที่ 31 ส.ค. 60 ตนได้นำเงินไปฝากเข้าบัญชีของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพิมาย โดยทำรายการที่ตู้ฝากอัตโนมัติด้านหน้าธนาคาร ซึ่งก็ทำรายการตามขั้นตอนปกติเหมือนที่เคยทำทุกครั้ง และตนก็วางธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 5 ฉบับ ลงในช่องรับธนบัตร พอระบบของเครื่องตรวจสอบปรากฏว่า มีธนบัตรไม่ผ่านระบบอยู่ 1 ฉบับคือ 1,000 บาท ตนจึงเปลี่ยนเป็นธนบัตรฉบับละ 100 บาทแทนจนครบ 1,000 บาท เครื่องสรุปยอดฝากทั้งหมดเป็นเงิน 5,000 บาท ตนจึงกดปุ่ม “ตกลง” เพื่อยืนยัน พอเสร็จขั้นตอนนี้ก็จะมีสลิปออกมาทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ตนรออยู่นานก็ไม่มีสลิปออกมา ตนจึงนำสมุดบัญชีไปที่เครื่องปรับสมุดที่อยู่ข้างกันกับตู้ฝาก เพื่อปรับสมุดเช็คดูว่าเงินเข้าบัญชีหรือยัง ปรากฏว่ายังไม่มีเงินเข้ามาในบัญชี ตนจึงขยับตัวมาที่เครื่องฝากเงินอีกครั้งเพื่อดูว่ามีสลิปออกมาหรือเปล่า แต่ขณะนั้นได้มีชายคนรายหนึ่งนุ่งกางเกงขาสั้น สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบแต่เปิดกระจกด้านหน้า กำลังยืนทำรายการอยู่ที่ตู้ฝากเงิน ตนจึงรีบเดินไปหา รปภ.ของธนาคารและแจ้งว่าฝากเงินเข้าเครื่องอัตโนมัติแต่เงินไม่เข้าบัญชี รปภ.จึงมาตรวจดูให้ ไม่มีเงินเข้าบัญชีของตนจริงๆ ตรวจสอบที่เครื่องฝากเงินก็ปกติดี จึงรีบเข้าไปแจ้งเจ้าหน้าที่ในธนาคาร พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ซึ่งขณะนั้นตนก็กลัวว่าเงินจำนวน 5,000 บาท ที่หายไปจะถูกคนที่มาทำรายการต่อจากตนจะหยิบไป เพราะเขาทำรายการเร็วมากผิดกับตนที่ยืนอยู่หน้าเครื่องฝากประมาณ 5-10 นาทีเห็นจะได้ ตนก็แจ้งกับเจ้าหน้าที่ธนาคารไปอย่างนั้น แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าให้รอดูยอดสรุปจำนวนเงินของตู้ฝากในวันรุ่งขึ้น ถ้ามียอดเงินเกินตามจำนวนที่ตนแจ้งไว้ทางระบบก็จะทำการโอนให้คืนตามขั้นตอนของธนาคาร ตนจึงกลับไปทำงานตามปกติ






จนเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันศุกร์ที่ 1 ก.ย. 60 เจ้าหน้าที่ธนาคารได้ให้คนมาตามให้ตนเข้าไปหาที่ธนาคารและแจ้งว่าผลสรุปมียอดเงินเกินมาจริง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ และเป็นเงินของตนที่แจ้งไว้หรือเปล่า ตอนนั้นตนรู้สึกโล่งใจที่ยังไงก็จะได้เงินคืนแน่ๆ เพราะเงิน 5,000 บาท ถือเป็นจำนวนมากพอสมควรสำหรับตน และเป็นเงินของเพื่อนฝากไว้ด้วย หลังได้รับแจ้งจากธนาคารตนก็นั่งรออยู่ที่ธนาคารนานมากจนต้องขอตัวไปทำงานก่อนแล้วกลับเข้ามาธนาคารอีกครั้งในเวลา 15 .00 น. ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ จนธนาคารปิดทำการ ตนก็นั่งรอจนเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ออกมาแจ้งว่าสรุปไม่มีเงินเกิน และได้ส่งยอดไปสำนักงานใหญ่เรียบร้อยแล้ว ส่วนยอดเงิน 5,000 บาท ของตนได้มีการกดยกเลิกรายการไปแล้วโดยใครก็ไม่รู้ ให้ตนไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดว่าใครที่หยิบเงินของตนไป ตนจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.สมคิด แร่กาสินธุ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสบุคคลดังกล่าวเพื่อมาสอบถามหาข้อเท็จจริงต่อไป
โดย นายสันติชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวตนยอมรับว่าตนก็ผิดพลาดไม่รอบคอบที่ไม่ยอมรอจนสลิปออกมา เพราะคิดว่าทำรายการเสร็จสมบูรณ์แล้วถึงไม่ได้สลิปเงินก็เข้าบัญชีได้ แต่ช่วงที่ตนทำรายการอยู่นั้นเครื่องคงมีปัญหาทำให้เงินที่ตนฝากเข้าไปยังไม่เข้าไปในระบบพอมีการกดทำรายการต่อจึงทำให้ฝาปิด-เปิดของช่องรับเงินได้เปิดออก คนที่ทำรายการต่อจึงสามารถหยิบเงินของตนออกไปได้ ตนก็สงสัยตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุแล้วแต่เจ้าหน้าที่ธนาคารไม่ยอมให้ตนแจ้งตำรวจ รอจนเวลาผ่านไปถึงเย็นวันศุกร์และติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์อีก โดยทางธนาคารไม่สามารถจะช่วยเหลืออะไรได้เลย สำหรับเงินที่หายไปก็ไม่รู้ว่าจะได้คืนหรือเปล่าจึงฝากเตือนไปยังทุกท่านที่ทำธุรกรรมการเงินผ่านเครื่องอัตโนมัติให้มีความรอบคอบเดี๋ยวจะผิดพลาดเหมือนตน ซึ่งขณะนี้รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าบุคคลดังกล่าวได้หยิบเงินออกไปจริงหรือเปล่า




ภาพ / ข่าว : ทีมข่าวรายงาน จ.นครราชสีมา

No comments:

Post a Comment