Loading...

รักแท้มีอยู่จริง! หนุ่มแบกสาวพิการขาซ้ายขาด ขี่หลังเดินไปจดทะเบียนสมรส กลั่นคำพูดออกมาจากหัวใจ ฟังแล้วน้ำตาซึม!

Loading...



เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียล โดยเฉพาะที่ จ.ตรัง กำลังฮือฮาและชื่นชมภาพจากเฟซบุ๊ก @พรเทพ จันทร์แย้ม ซึ่งเป็นภาพที่คู่รักคู่หนึ่งที่ชายหนุ่มกำลังแบกแฟนสาวซึ่งพิการขาขาดไปจดทะเบียนสมรส ในที่ว่าการอำเภอเมืองตรัง เมื่อช่วงบ่ายวานนี้(7 ก.ย.) สร้างความประทับใจในรักแท้มากมาย





ต่อมาได้เดินทางไปตรวจสอบยังบ้านเลขที่ 50/5 หมู่ 2 ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง และได้พบกับ นายพรเทพ หรือหนู จันทร์แย้ม อายุ 22 ปี และนางเพชรมณี หรือยุ้ย จันทร์แย้ม อายุ 22 ปี ทั้งคู่ต่างมีใบหน้ายิ้มแย้มแห่งความสุข หลังจดทะเบียนเป็นคู่สามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมาย และพบความน่าประทับใจคือฝ่ายสามีกำลังทำแผลให้กับภรรยา เพื่อที่จะเดินทางไปทำ พ.ร.บ.จยย.ที่เขตเทศบาลนครตรัง ตลอดเวลาทั้งคู่แสดงความรักต่อกันอย่างสุดหวานชื่น


นายพรเทพ กล่าวว่า เรา 2 คน เป็นพนักงานโรงแรมเรือรัษฎา อ.เมืองตรัง และพบรักกันที่นั่น ตนเป็นฝ่ายจัดเลี้ยงมา 1 ปีเศษ ส่วนน้องยุ้ยเป็นนักศึกษาฝึกงาน เมื่อคบกันไป 2-3 เดือน รู้สึกชอบพอ ด้วยนิสัยที่ตรงไปตรงมาและขยันขันแข็งเป็นกันเอง ตั้งใจว่าเมื่อเขาฝึกงานเสร็จจะใช้ชีวิตร่วมกัน เหตุไม่คาดฝันมันมาเกิดในวันที่ 17 ส.ค.ขณะที่น้องยุ้ยขี่ จยย.ตามลำพังเพื่อไปทำงานที่โรงแรม กลับถูกรถกระบะพุ่งอย่างแรงจนขาซ้ายหัก สุดท้ายต้องตัดขาเกือบถึงหัวเข่า





"เขาเสียใจมาก ร้องไห้ไม่หยุด ผมทั้งรักทั้งสงสารเขา พอกลับจากโรงพบาล จึงตัดสินใจแบกเขาไปจดทะเบียนที่อำเภอทันที ทำให้เขามั่นใจว่า ความพิการกีดขวางรักแท้ไม่ได้ หลังจากนี้จะเป็นตัวแทนเขาในการเรียกร้องสิทธิต่างๆตามกฏหมายในฐานะสามี ผมไม่สัญญาอะไรทั้งนั้น แต่รับปากว่าจะดูแลให้ดีที่สุด ไม่ทอดทิ้งกัน เขาถามผมว่าไม่อายเหรอ ที่มีแฟนพิการ ผมตอบสวนเลยว่าผมรักคุณแล้ว ไม่อายใครๆทั้งนั้น ผมรักเขาที่ข้างในจิตใจไม่ใช่กายหยาบ หลังเกิดเหตุรถกระบะชดใช้มาแค่ 40,000 บาท แต่ค่ารักษาสูงถึง 100,000 บาท โชคดีที่มีเงินเก็บอยู่บ้าง" สามีป้ายแดง เผย


ด้าน นางเพชรมณี เมื่อได้ฟังคำสามีก็ดีใจน้ำตาซึม ก่อนเผยว่า ตอนแรกพบก็ไม่ได้นึกรักเขา แต่พอรู้จักกันไปนานๆ เห็นว่าเขาเป็นคนขยัน ตรงไปตรงมาและรับผิดชอบต่อหน้าที่ทั้งที่ทำงานและครอบครัว ยิ่งทำให้รู้สึกประทับใจ ในชีวิตหนึ่งของผู้หญิงคนหนึ่งไม่ต้องการอะไรไปมากว่านี้แล้ว.







ขอบคุณภาพบางส่วนจาก เฟซบุ๊ก @พรเทพ จันทร์แย้ม

No comments:

Post a Comment