Loading...

#งานเข้าเต็มๆ!!!… “เมฆ มังกรบิน” ไปท้าฟ้อง “แหม่มโพธิ์ดำ” เหรอ เจอสวนดอกนี้ เชือดนิ่มๆ รับคำท้า “ควีน” ไหม(รายละเอียด)

Loading...



คิดว่าหลายๆคนคงคุ้นหน้าคุ้นตา พอที่จะเคยได้ยินชื่อของเขา และเคยได้เห็นเขาในคลิปทำดีช่วยเหลือสังคมมาหลายคลิป สำหรับ “เมฆ มักรบิน” คนดังโซเชียล ที่ชีวิตเคยผ่านจุดที่เรียกว่าตกต่ำ ทั้งติดคุก ติดยา แต่พอออกจากคุก ก็ต้องเจอกับสิ่งที่ไม่ต่างไปจากตอนติดคุกเลย นั่นก็คือ การไม่ได้รับโอกาสจากสังคม แต่เขาก็พยายามจนตอนนี้ ได้เป็นเศรษฐีมีเงินเหลือใช้แล้ว





ก่อนหน้านี้ “เมฆ” ได้ไปร่วมพูดคุยในรายการ “เล่นใหญ่ จัดใหญ่” ดำเนินรายการโดย “ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” โดย “เมฆ” ได้เล่าถึงชีวิตของตนเองว่า ได้ฉายา “เมฆ มังกรบิน” มาจากการทำธุรกิจเถื่อน ตั้งเองคิดเอง ชีวิตด้านมืดเริ่มต้นจากการสูบบุหรี่ กินเหล้า และเจอวัยรุ่นที่เป็นรุ่นพี่ จึงมีเรื่องยาเสพติดเข้ามา รู้ว่ามันไม่ดี แต่อยากจะลองจากคำพูดคนใกล้ตัวที่ว่า “สุดยอด”





ซึ่งจากการเริ่มเสพก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้ได้เสพฟรี จึงคิดจะขายเพื่อเอาส่วนหนึ่งมาเสพ แม่ต้องหาเงินมาประกันตัว ทั้งจำนองจำนำ กู้เงิน สารพัด จนแม่ป่วย ตนเจอทั้งคดียา คดีปล้น อยู่ในคุกก็ลำบาก แฟนก็ทิ้ง ตนต้องเขียนจดหมายหาลูกทุกวัน นับวันถอยหลังที่ออกมาเจอลูก





และหลังออกจากคุกต้องเจอกับสายตาแปลกๆ จากคนรอบตัว นานวันเข้าก็ทนไม่ไหวจึงต้องหนีไปอยู่ที่อื่น สมัครงาน หางานทำทุกอย่าง แต่ยากมากๆ เพราะพอเขารู้ว่าเราออกจากเรือนจำ เขาก็ไล่เราออก สุดท้ายก็ไปเป็นคนสวนแต่ก็โดนให้ออก จึงกลับไปหาพระที่วัด ของานทำ วาดรูปตามวัด ตามโบสถ์ แต่คนก็ยังมองว่าตนจะมาปล้นของวัดอีกอยู่ดี





จุดเริ่มต้นของธุรกิจของเมฆ มังกรบิน เริ่มมาจากไปรับของเกี่ยวกับเครื่องยนต์มาขาย ก็คือ “สารเคลือบเครื่องยนต์” หรือ “หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง” ก็ได้รับมาขายเป็นอาชีพเสริม ขายไปเรื่อยๆ เริ่มที่จะขายดีมากขึ้น ก็เริ่มพัฒนาเเละปรับปรุงคุณภาพ ใช้สารเคมีที่ดีที่สุด เเล้วก็ตั้งเเบรนด์ของตัวเอง ตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง ชื่อบริษัท “Max Nano Thailand” จากขี้คุกกลายเป็นเศรษฐีมีเงินเหลือกินเหลือใช้ ในเวลาเพียงแค่ 2 ปี จนต้องทำประโยชน์เพื่อสังคม ช่วยเหลือคนยากจน ยอมรับว่าสร้างภาพคนดีจริงๆ ตอนทำความเลวคนยังว่า ทำดีก็อยากให้คนเห็นกันบ้าง





ล่าสุดกลายเป็นกระแสวิภาควิจารณ์กันยกใหญ่สำหรับธุรกิจที่ทำให้ “เมฆ มังกรบิน” มีฐานะร่ำรวยมาจนถึงทุกวันนี้ “สารเคลือบเครื่องยนต์ Max Nano Thailand” ที่ถูกวิจารณ์ยับว่าแหกตา อวดอ้างคุณสมบัติ ซึ่งเมื่อถูกทดสอบแล้วกลายเป็น้ำมันคุณภาพต่ำ ซึ่งเหล่านักเลงรถตค่างพากันนำมาทดสอบ และมีการท้าทายกันระหว่าง “เมฆ” กับนักเลงรถบางคนถึงขั้นเดิมพันเผารถหรูเลยทีเดียว





ทั้งนี้เมื่อถูกตีแผ่โดยหลายสื่อออนไลน์ เรื่องนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นกลายเป็นสงครามคีย์บอร์ดไปแล้วในขณะนี้ และยังเพิ่มความรุนแรงขึ้นเมื่อและมีการท้าทายให้ไปตรวจสอบกับแลปเพื่อวัดมาตรฐาน และทางเพจดังอย่าง “แหม่มโพธิ์ดำ” ก็ได้นำเสนอเรื่องราวนี้เช่นกัน โดยระบุข้อความว่า…

“พี่เมฆคงเข้าใจใช่ไหมคะ ควีนไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องไปอิจฉากิจการอะไรพี่เลย คือชีวิตหนูดีมากอะพูดกงๆ ไม่ต้องมาทำดีโปรโมทตัวเองเพื่อผลทางยอดขาย แต่อันนั้นไม่ว่ากัน CSR คือแผนการตลาดชนิดหนึ่ง ทำดีช่วยคนไม่เป็นผลเสียอยู่แล้ว
แต่สิ่งที่ควีนขอถามพี่คือ ทำไมพี่กล้าอ้าง ISO คะ ธุรกิจครัวเรือนพี่ยังไงมันก็ไม่ผ่านอยู่แล้ว โรงงานระดับสิบล้านยี่สิบล้านยังไม่ใช่จะผ่านง่ายๆ แถมไปอ้างมหาลัยเทคโนโลยีสุรนารีอีก จุดนี้พี่โกหกลูกค้า และมันทำให้พี่ดูไม่ดีเลย
ที่สำคัญ ถ้าสินค้าพี่คนใช้ดี 80% แต่อีก 20%รถพัง สินค้าของพี่ก็ยังอันตรายค่ะ เพราะมีความเสี่ยงมากเกินไป แถมสารหลายอย่างในน้ำหมักนาโนพี่ ก็มีสารอันตรายที่ไม่เหมาะกับการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ เช่น คลอรีนผสมกลีเซอรีน ซึ่งจุดนี้มันทำให้ชาปขาดหรือเปล่า
ควีนเลยขอท้าพี่ให้ไปตรวจสอบกับสถาบันภาครัฐจริงจัง ว่าน้ำมันพี่มันไม่ลวงโลก และพูดคุยกับผู้เสียหายจากน้ำมันพี่เพื่อหาทางแก้ไข #ทองแท้ไม่กลัวไฟพี่ ก็เห็นว่าเผาเก่ง ไปเผาในแลปกันเลยดีกว่า ป๋าๆแบบพี่ค่าใช้จ่ายแค่นี้ขี้ผง และถ้ามันดีจริงไม่มีสารอันตราย ควีนปักหมุดโฆษณาให้ฟรีสามวันเลยเอ้า อย่ามามัวจะท้าฟ้องเลย เพราะพ้มไม่กลัวอะ ถ้าดีจริงต้องกล้าพิสูจน์”



















เมฆ มังกรบิน
























































ขอขอบคุณ แหม่มโพธิ์ดำ

No comments:

Post a Comment